เครื่องกรองน้ำดื่ม-เครื่องกรองน้ำใช้

กระบวนการผลิตน้ำดื่ม

นับวัน ความต้องการบริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรและรายได้ของครัวเรือน ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ที่มองเห็นโอกาสทางการตลาด เข้าสู่ธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก

แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา อุตสาหกรรมผลิตน้ำดื่มจะขยายตัวค่อนข้างสูง ทว่า ธุรกิจนี้ได้ประสบกับภาวะการแข่งขันมากด้วยเช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจนี้ ควรศึกษาข้อมูล ดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ

  1. ศักยภาพของผู้ประกอบการ
  • ขยัน อดทน ธุรกิจน้ำดื่มมีการแข่งขันกันสูง ผู้ประกอบการจึงต้องมีความขยันในการหาตลาด
  • มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีและรักงานบริการ น้ำดื่มเป็นสินค้าที่มีคู่แข่งมากในแต่ละเขต ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรมีการบริการที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า
  • มีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชุมชน และมีเส้นทางขนส่งสะดวก เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
  1. การติดต่อกับหน่วยงานราชการ

ผู้ประกอบการโรงงานน้ำดื่มจะต้องติดต่อกับหน่วยงานราชการ ดังนี้

  • หน่วยงานท้องถิ่น/สำนักงานเขต ในเรื่องการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร และการชำระภาษีโรงเรือน

การขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร

ผู้ประกอบการจะต้องตรวจสอบว่า สถานที่ผลิตอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานราชการท้องถิ่นใด เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เป็นต้น และส่วนราชการท้องถิ่นนั้น มีข้อกำหนดให้การผลิตอาหารต้องยื่นขออนุญาตหรือไม่

สถานที่ติดต่อ

กรุงเทพมหานคร ติดต่อสำนักงานเขต

ต่างจังหวัด ติดต่อราชการส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล

ค่าธรรมเนียมการขออนุญาต

ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละท้องถิ่น โดยทั่วไป ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 1,000 บาท แต่อัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้คือ 10,000 บาท

ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดได้จาก http://www.fda.moph.go.th/fdanet/ และ html/product/other/kbs3/fdframe.htm

ภาษีโรงเรือน และที่ดิน

ในกรณีที่สิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารหรือโรงเรือน ผู้ประกอบการจะต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน

สถานที่ชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน

กรุงเทพมหานคร ผู้ประกอบการสามารถชำระได้ยังสำนักงานเขต ที่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นตั้งอยู่

ต่างจังหวัด ชำระได้ที่เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล

รายละเอียดการเสียภาษี ผู้สนใจสามารถศึกษาได้ที่ http://www.bma.go.th/html/page4.html

  • กรมโรงงาน หากสถานประกอบการเข้าข่ายโรงงาน ดูได้จากจำนวนแรงม้าของเครื่องจักร

สถานที่เข้าข่ายโรงงาน สามารถแยกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • โรงงานประเภท 1 มีเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต 5 – 20 แรงม้า หรือคนงานไม่เกิน 20 คน โรงงานประเภทนี้ไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฏกระทรวงและประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
  • โรงงานประเภท 2 มีเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต 20 – 50 แรงม้า หรือคนงานไม่เกิน 50 คน เมื่อจะเริ่มประกอบกิจการ โรงงานต้องแจ้งต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดที่โรงงานตั้งอยู่
  • โรงงานประเภท 3 มีเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตเกิน 50 แรงม้า หรือคนงานเกิน 50 คน หรือโรงงานประเภท 1 และ 2 ที่มีการใช้ ฟืน ขี้เลื่อย หรือแกลบเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต ผู้ประกอบการต้องยื่นขออนุญาตก่อน จึงจะตั้งโรงงานได้

การชำระค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มีตั้งแต่ 500 บาท สูงสุด 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนแรงม้าของเครื่องจักร

ค่าธรรมเนียมรายปี ตั้งแต่ 150 บาท สูงสุด 18,000 บาท ผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีทุกปี ตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการโรงงาน ถ้าผู้ประกอบการมิได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนดให้ ผู้ประกอบการจะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละห้าต่อเดือน

สถานที่ชำระค่าธรรมเนียม

โรงงานในเขตกรุงเทพมหานคร ชำระค่าธรรมเนียมที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม

ส่วนโรงงานในจังหวัดอื่นๆ ชำระที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดที่โรงงานตั้งอยู่

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fda.moph.go.th/fda-net/html/product/other/kbs3/fdframe.htm

  • กรมทรัพยากรธรณี ในกรณีที่ไม่มีน้ำประปา หรือน้ำประปาไม่เพียงพอ

การขอใช้น้ำบาดาลและการขออนุญาตเจาะน้ำบาดาล

ในกรณีที่ผู้ประกอบการมีปัญหาเรื่องน้ำ คือน้ำประปาไปไม่ถึง หรือน้ำประปาเข้าถึง แต่ไม่เพียงพอต่อการผลิตสินค้า ผู้ประกอบการจะต้องขออนุญาตการใช้น้ำบาดาลกับกรมทรัพยากรธรณี

สถานที่ยื่นคำขอ

กองควบคุมกิจการน้ำบาดาล หรือฝ่ายพัฒนาน้ำบาดาล หรือทรัพยากรธรณีประจำ ท้องที่ หรืออุตสาหกรรมจังหวัด

รายละเอียดการขออนุญาต ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dmr.go.th/service/TSOOOOOM.htm

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อการจัดตั้งกิจการ

การจัดตั้งธุรกิจ/รูปแบบธุรกิจ

รายละเอียดการจัดตั้งธุรกิจ / การขออนุญาต ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thairegistration.com/thai/register/detail5.phtml

  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสาธารณสุขจังหวัด เช่น การขออนุญาตผลิตอาหารและการขอเครื่องหมาย อย.

การขออนุญาตผลิตอาหาร

สำหรับสถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน ผู้ประกอบการจะต้องยื่นขออนุญาตเป็นผู้ผลิตอาหารต่อสำนักคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่โรงงานตั้งอยู่

สถานที่ติดต่อ (กรณีเข้าข่ายโรงงาน)

กรุงเทพมหานคร ติดต่อกองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

ต่างจังหวัด ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งสถานที่ผลิตตั้งอยู่

รายละเอียดการขออนุญาต ผู้ประกอบการสามารถศึกษาเพิ่มได้ที่ http://www.fda.moph.go.th/fda-net/html/product/other/kbs3/fdframe.htm

การขออนุญาตผลิตภัณฑ์ (ขอเครื่องหมาย อย.)

ผู้ประกอบการโรงงานน้ำ ดื่มจะต้องส่งตัวอย่างวิเคราะห์ตามที่กฎหมายกำหนด และนำผลวิเคราะห์มายื่นขออนุญาตผลิตต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)/สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)

สถานที่ออกใบอนุญาต (เครื่องหมาย อย.)

กรุงเทพมหานคร ติดต่อกองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ นนทบุรี 11000

ต่างจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งสถานที่ผลิตตั้งอยู่

รายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการขออนุญาต ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fda.moph.go.th/fda-net/html/product/other/kbs3/fdframe.htm

  • ภาษี เช่น ภาษีเงินได้ และภาษีมูลค่าเพิ่ม

การเสียภาษีเงินได้ และภาษีมูลค่าเพิ่ม

รายละเอียดการจดทะเบียน / ชำระภาษี ผู้ประกอบการสามารถศึกษาได้ที่ http://www.ismed.or.th/knowledge/alpha/body1/body1.htm หรือที่ กรมสรรพากร http://www.rd.go.th

 

หลักเกณฑ์วิธีการที่ดี หรือจีเอ็มพี (Good Manufacturing Practice : GMP) ในการผลิตน้ำดื่ม

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2544 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดให้ธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวด เป็นหนึ่งในสินค้าที่ต้องกำหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาสินค้าตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีหรือจีเอ็มพี (Good Manufacturing Practice : GMP) ในการผลิตน้ำดื่ม GMP มีผลบังคับใช้กับผู้ประกอบการน้ำดื่มรายใหม่ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2544 เป็นต้นไป ส่วนผู้ประกอบการรายเดิมมีเวลาปรับปรุง เพื่อให้ถูกต้องตามมาตรฐานเป็นเวลา 2 ปี หรือเริ่มบังคับใช้วันที่ 24 กรกฎาคม 2546 สำหรับสาระสำคัญของมาตรฐาน GMP ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขมี 11 ประเด็น สรุปได้ ดังนี้

  1. สถานที่ผลิตและอาคารที่ผลิต จะต้องตั้งอยู่ในพื้นที่สะอาด ไม่มีการสะสมของสิ่งเหลือใช้ หรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ รวมทั้งต้องมีวิธีป้องกันสิ่งปนเปื้อน ทั้งฝุ่นละออง เชื้อโรค แมลงและสัตว์นำโรค สถานที่ผลิตจะต้องถูกออกแบบก่อสร้างให้มีลักษณะง่ายต่อการทำความสะอาด นอกจากนี้ ต้องแบ่งแยกพื้นที่การผลิตเป็นสัดส่วน เพื่อป้องกันการปนเปื้อน ประการสำคัญ ต้องแยกพื้นที่สำหรับผลิตสินค้าออกจากบริเวณที่อยู่อาศัยและห้องน้ำห้องส้วมอย่างชัดเจน
  2. เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต จะต้องมีจำนวนเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถทำความสะอาดได้ง่าย และถูกล้างทำ ความสะอาดฆ่าเชื้ออย่างเพียงพอทั้งก่อนและหลังการผลิต
  3. แหล่งน้ำ แหล่งน้ำที่นำมาใช้ผลิตน้ำดื่มต้องห่างจากแหล่งโสโครกและสิ่งปฏิกูล โดยผู้ผลิตต้องเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมี กายภาพ และจุลินทรีย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  4. การปรับคุณภาพน้ำ ผู้ประกอบการตอ้งปรับคุณภาพของแหล่งน้ำ ตามข้อ 3 เพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อน ให้อยู่ในระดับที่กฎหมายกำหนด
  5. ภาชนะบรรจุ ต้องทำจากวัสดุไม่มีพิษ และได้รับการทำความสะอาดก่อนนำมาใช้
  6. สารทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ผู้ผลิตจะต้องทดสอบประสิทธิภาพการทำความสะอาด และการฆ่าเชื้อ
  7. การบรรจุ ด้วยเครื่องบรรจุที่มีประสิทธิภาพ และสะอาด
  8. การควบคุมคุณภาพมาตรฐาน ผู้ประกอบการต้องตรวจวิเคราะห์น้ำดื่มที่ผลิต ทั้งด้านจุลินทรีย์ เคมี ฟิสิกส์ เป็นประจำ
  9. การสุขาภิบาล ผู้ผลิตต้องมีวิธีกำจัดสัตว์และแมลง รวมทั้งระบบกำจัดของเสียในโรงงานที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนกับสินค้าที่ผลิต
  10. บุคลากรและสุขลักษณะผู้ปฏิบัติงาน ผู้ปฏิบัติงานต้องไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง รวมทั้งจะต้องรักษาร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ ในขณะที่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน หากเข้ามาในพื้นที่ผลิต ก็ต้องรักษาความสะอาดของร่างกายด้วยเช่นกัน
  11. บันทึกและรายงาน ผู้ผลิตต้องบันทึก และรายงานเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์น้ำ สภาพการทำงานของเครื่องกรอง หรือเครื่องฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งคุณภาพของน้ำดื่ม ทั้งด้านเคมี ฟิสิกส์ และจุลชีววิทยา

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา http://www1.fda.moph.go.th/consumer/csmb/csmb2545.nsf/c5fea1b96750d7b880256849004e9ab4/d39980312929c2a4c7256be200280db0?OpenDocument หรือ http://www2.fda.moph.go.th/law/search/frmsrch.asp?product=3

 

Scroll to Top